รีวิวหนัง Stray – ผีอยากเป็นลูกคน

เรื่องย่อหนัง

หนัง Stray หรือชื่อไทยว่า ผีต้องการเป็นลูกคน ผลิตขึ้นจากนิยายสยองขวัญขนหัวลุกของ สตีเฟ่น คิง ที่รัสเซีย ‘แอนทุ่งนา สยี่ห้อโรบิเนท’ ที่ได้รับรางวัล European Science Fiction Award ปี 2018 นี่เป็นเรื่องราวของ อีกอร์ (วลาดิภรรยาร์ โอ้อวดวิศาสนาเชนคอฟ) แล้วก็ โพลิน่า (เอเลน่า ไลโดวา) ผัวเมียที่สูญเสียลูกชายไปอย่างปัญหา เพื่อความสำราญของเมีย อีกอร์ก็เลยตกลงใจพาคุณไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อเติมเต็มช่องว่างในใจ แม้กระนั้นแล้วพวกเขากลับได้มาพบว่าเด็กชายที่พวกเขารับอุปการะนั้นมีอะไรบางอย่างแตกต่างจากปกติ ด้วยเหตุว่ายิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งมีลักษณะและก็เค้าหน้าอย่างกับลูกชายที่พวกเขาสูญเสียไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ จนถึงเปลี่ยนมาเป็นความสยดสยอง ที่หลอกผู้ชมมาแล้วทั่วราชอาณาจักรรัสเซีย!


An orphaned teenager forms an unlikely friendship with a detective. Together they investigate her motherandapos;s murder, and uncover the supernatural force that proves to be a threat to her family.

วิภาควิจารณ์ หนัง

หนังพอใช้ได้

รีวิวหนัง Ant-Man and the Wasp – แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Ant-Man 2 หรือชื่อไทยว่า แอนท์-แมน และก็ เดอะ วอสพ์ ควันหลงจาก กัปตัน อเมริกา: ซีวิล วอร์, สก็อตต์ แลงก์ จะต้องจัดการกับคำตอบในสิ่งที่เขาเลือกทั้งยังในฐานะซูเปอร์วีรบุรุษ แล้วก็ความเป็นบิดา ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็จะต้องเพียรพยายามสร้างสมดุลของชีวิตที่ครอบครัวรวมทั้งหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะ แอนท์-แมน เขาจำเป็นต้องร่วมมือกับ โฮป แวน ไดน์ รวมทั้งดร. แฮงค์ พิม ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน สก็อตต์จะต้องกลับมาใส่ชุดใหม่อีกรอบ รวมทั้งศึกษาที่จะต่อสู้เป็นกลุ่มไปพร้อมทั้งเดอะ วอส์พ เพื่อหาคำตอบในอดีตกาลที่เป็นปัญหาของพวกเขา


As Scott Lang balances being both a Super Hero and a father, Hope van Dyne and Dr. Hank Pym present an urgent new mission that finds the Ant-Man fighting alongside The Wasp to uncover secrets from their past.

วิภาควิจารณ์ หนัง

Ant-Man and the Wasp
"วีรบุรุษขนาดจิ๋วที่หามความสนุกสนานมาเท่าตัว"

นี่ก็เป็นครั้งที่ 3 ที่พวกเราได้มองเห็นวีรบุรุษตัวนี้แสดงตัวขึ้นมา นับจากทีแรกใน Ant-Man (2015) จนกระทั่งคราวถัดมาใน Captain America: Civil War (2016) และก็ปัจจุบันกับภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Ant-Man ในชื่อเรื่องที่ว่า Ant-Man and the Wasp โดยมีชื่อแปลไทยอย่างง่ายๆว่า แอนท์-แมน แล้วก็ เดอะ วอสพ์ (ถึงแม้ว่าภาคแรกตั้งชื่อซะหรูเลย “มนุษย์มดมหารอยดำ” เงี้ย) จัดว่าทิ้งระยะมา 3 ปีให้พวกเราได้กลับมาเจอกับผู้แสดงตัวนี้อีกรอบ แต่ว่าในภาคนี้ได้มีคู่คิดคู่ใจมาอีก 1 ซึ่งก็คือ The Wasp ที่ทั่งงาม เก่ง และก็โก้ ในต้นแบบสาวบู๊

หนังในจักรวาล MCU แต่ละเรื่องล้วนก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แล้วก็แน่ๆว่าหัวข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บอกมาตั้งแต่ภาคแรกๆแล้วว่า “พวกเราสายฮานะ” ด้วยส่วนประกอบการเล่าเรื่อง นักแสดง บรรยากาศต่างๆมุกเอ่ย อะไรเอ่ย ที่เชิญชวนให้ยิ้มหัวเราะเกือบจะอีกทั้งเรื่อง

หนังประเด็นนี้เปรียบได้ดั่ง Side-story ของ Avengers: Infinity War กับปริศนาที่ผู้คนจำนวนมากสงสัยว่า “Ant-Man หายไปไหน?” นั่นแหละคำตอบก็อยู่ในหัวข้อนี้ เพราะว่าเรื่องราวในภาคนี้เกิดเรื่องราวต่อเนื่องมาจาก Captain America: Civil War ซึ่ง ดูๆแล้วเรื่องราวในภาคนี้ก็เกิดเรื่องราวที่ไม่มีฉากเครียดสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นทำออกมาได้รื่นเริงสุดๆ

หากแม้หนังหัวข้อนี้จะซ่อนเร้นไปด้วยความขำขันชวนขบขันขนาดนั้น แม้กระนั้นทางด้านฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาได้เหมาะสมที่สุดไม่แพ้กันเลย แม้บางทีก็อาจจะมิได้มีมากมายเสมือนหนัง MCU เรื่องอื่นๆแต่ว่ามี 2 ฉาก ที่แอดถูกใจมากมายๆเป็นฉากบู๊แรกของ The Wasp ที่ทั้งยังมองโก้เก๋ มีสไตล์ ร้ายแรง แล้วก็ฉากขับขี่รถสู้กันในตอนแทบด้านหลังเรื่อง โดยภาพรวมแล้วทำพวกเราได้มองเห็นเลยว่าในประเด็นนี้ได้นำการสรุป/ขยายไซส์ มาใช้กับเรื่องราวได้อย่างพอดีมากมายๆ บวกกับการแสดงของเหล่ากรุ๊ปผู้แสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น Paul Rudd (Scott Lang / Ant-Man) ที่ภาคนี้จัดหนักจัดเต็ม เล่นใหญ่ โคตรฮา และไม่กลัวเสียฟอร์มเลยแม้แต่น้อย ตามติดคู่มาพร้อมกับ Evangeline Lilly (Hope Van Dyne / The Wasp) ที่มองเป็นสาวดุ ขาลุย รวมทั้งโก้เอามากๆซึ่งทำให้เคมีกับผู้แสดงนำชายได้อย่างดีเยี่ยม ตามมาด้วย Michael Douglas (Dr. Hank Pym) ที่มีหน้าที่มากเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากภาคแรก และก็ทำให้ทั้งยัง 3 คนเพียงพอมาอยู่ร่วมกัน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันมองพอดีไปหมด รวมทั้งเหล่าตัวประกอบที่จะไม่กล่าวถึงเลยมิได้อย่าง Michael Pena (Luis) ที่โผล่มาทุกฉากจำเป็นต้องฮา เพียงแค่มองเห็นหน้าพวกเราก็ฮาแล้ว แถมในภาคนี้ยังมีฉากพล่ามของเขาอย่างมากถ่วงอย่างยิ่งจริงๆ แล้วก็ตัวประกอบอื่นๆที่เล่นได้ดิบได้ดีไม่แพ้กันเลย ไม่ว่าจะเป็น Laurence Fishburne (Dr. Bill Foster ), Michelle Pfeiffer (Janet Van Dyne / The Wasp) และก็นักแสดงเพื่อนฝูงดารานำชายที่ถึงแม้ว่าพวกเราได้มองเห็นพวกเขาเพียงแค่ไม่กี่ฉากเพียงแค่นั้น แต่ว่าพวกเขาก็แสดงออกให้พวกเรามองเห็นแล้วว่าแสดงก้าวหน้าเลยล่ะ

แม้กระนั้นที่น่าผิดหวัง น่าจะเป็น “ค้างแร็คเตอร์ของตัวร้าย ที่ราวกับใส่มาถ้าเช่นนั้นๆ” กับผู้แสดงอย่าง Ghost ที่เปิดตัวออกมาได้น่าดึงดูด แต่ว่าก็…นะ ละเอาไว้ในฐานที่รู้เรื่อง เผื่อคนใดกันแน่มองมารวมทั้งอาจจะรู้เรื่องเช่นกัน แล้วก็เรื่องราวของมิติควอนตัมที่ภาคแรกปูมาได้น่าสลับซับซ้อน ลึกลับ เป็นมิติที่เข้าแล้วออกมามิได้ แต่ว่าในภาคนี้เข้าออกกันง่ายอย่างกับประตูที่อยู่หน้าบ้านข้างหลังบ้านตนเองซะอย่างนั้น – –

สรุป ในเวลาราวเกือบจะ 2 ชั่วโมงที่คุณได้มองหัวข้อนี้ คุณจะได้รับความ “รื่นเริง” ไปเต็มๆเสมือนดูหนังตลกโปกฮา รอมคอม ครอบครัวที่มีธีมเป็นซูเปอร์วีรบุรุษอย่างไรแบบนั้น ที่ถึงหนังจะเป็นมนุษย์มดขนาดจิ๋ว แม้กระนั้นก็หามความสนุกสนานร่าเริงมาเท่าตัวเลยที่เดียว 

ปล. หนังหัวข้อนี้มี Mid-Credit และก็ End-Credit ซึ่งบอกเลยตัวแรกว้าวขนาดไหน ตัวลำดับที่สองว้าวมากกว่า!!!

รีวิวหนัง Jupiter Ascending – ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล

เรื่องย่อหนัง

จูปิเตอร์ โจนส์ (ไม่ลา คูนิส) หญิงสาวที่เกิดภายใต้ฟ้าตอนกลางคืนจำเป็นต้องมาพบเจออยู่ในโลกที่ความเป็นจริงอันเหน็บหนาว โดยมีอาชีพชำระล้างสุขาในเมืองใหญ่ รวมทั้งจะต้องทำงานมากอย่างไม่จบไม่สิ้น แม้จะเป็นอย่างงั้น แต่ว่าชีวิตของคุณกลับถูกกำหนดไว้ให้เป็นราชินีของจักรวาลโดยที่คุณไม่รู้เรื่องมาก่อน จวบจนกระทั่ง เคน (แชนนิง เททัม) นักดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขกรรมพันธุ์ สมัยก่อนนักล่าของกองกองทัพได้เดินทางมายังโลก รวมทั้งนำคุณไปสู่โชคชะตาที่คอยคุณมาแสนนาน และก็คุณผู้เดียวที่จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงความสมดุลของจักรวาล

วิภาควิจารณ์ หนัง

jupiter
"Jupiter Ascending ละครน้ำเน่าบ้านพวกเราในรอยเปื้อนฮอลลีวูดเน้นย้ำแอคชั่นรวมทั้ง CG"
 
จั่วหัวมาอย่างงี้ไม่ใช่อะไร ผมรู้สึกแบบงั้นจริงๆเพราะเหตุว่าตัวหนังโดยรวมนั้นพากเพียรที่จะเล่นในหัวข้อการบ้านการเมือง การชิ่งมรดกของเชื้อสายขั้นสูง ซึ่งผมสรุปอย่างคร่าวๆเป็นราวกับเอาบทละครน้ำเน้าบ้านพวกเราที่โดยมากจะเป็นเหมือนดังพี่น้องแย่งทรัพย์สินกันอะไรโดยประมาณนั้น แล้วฉาบหน้าด้วย CG รวมทั้ง แอคชั่นระดับฮอลลีวูดราวนั้นอย่างยิ่งจริงๆ
 
ตอนแรกของเรื่องเปิดมาได้ดิบได้ดี มีการสร้างเงื่อนละข้อความสำคัญทำให้น่าดึงดูดฉากไล่ล่าในชิคาเก๋เป็นอะไรที่แปลกใหม่ใช้ได้ หนังเริ่มไต่ระดับความน่าติดตามไปเรื่อยกระทั่งผู้แสดงเริ่มออกไปอวกาศ มันเป็นมหกรรมความเหนื่อยหน่ายอย่างร้ายกาจ ถึงขนาดคนด้านข้างผมหลับใส่อย่างยิ่งจริงๆ แล้วจะมีพีคอีกครั้งตอนครึ่งชั่วโมงท้ายที่สุด 
 
โดยรวมตัวหนังเด่นในด้าน CG แล้วก็แอคชั่นที่แอดไม่นมีความคิดว่า คณะทำงานอาจตั้งใจในเนื้อหานี้่มากมายเกินกว่าบทภาพยนตร์ไปหน่อย ผลที่เกิดบทภาพยนตร์ประเด็นนี้มันเป็นอะไรที่ซ้ำซากจำเจไม่มีอะไรใหม่ได้เลย ยังดีที่มีแอคชั่นและก็ CG มาช่วยโอบอุ้มหนังทั้งปวงไว้ยังพอสมควรไถไปได้บ้าง
ด้านตัวหนังโดยรวมแอดไม่นให้ 7/10 (คะแนนยังสูงอยู่เนื่องจากว่าส่วนตัวถึงผมจะพร่ำบ่นมากมายเพราะว่ามุ่งมาดมากมาย แม้กระนั้นโดยรวมเป็นก็ถูกใจนะคะแนนเลยสูง)
 
ด้านภาพ 3D หัวข้อนี้เพราะว่าแอดไม่นมองในระบบ IMAX 3D มันก็สมแล้วที่หนังอวกาศจะต้องมองในโรงระบบนี้ เนื่องจากที่นั่งแบบสเตเดี้ยมมันช่วยทำให้การดูหนังแบบสามมิติมันมีความตื้นลึกครึ้มบามมากยิ่งกว่าระบบทั่วๆไปอย่างมองเห็นได้ชั้น 8/10 ในด้านความเป็นสามมิติ
 
ในด้านเสียงของประเด็นนี้ ระบบ IMAX ให้ความจัดเต็มของเสียงดีจริงๆเพลงประกอบมีกลิ่นอายของเดอะเมทริกซ์ลอยมามองเห็นๆอย่างยิ่งจริงๆ 9/10 ในด้านเสียง
 
สรุปเป็นเป็นหนังที่จำเป็นต้องทำใจจำนวนมากก่อนดูเหมือนได้ไม่เฟลแบบแอดไม่น ซึ่งมุ่งมาดไว้สูงพอสมควร