รีวิวหนังเรื่อง Smokin Aces ดวลเดือด ล้างเลือดมาเฟีย

Smokin’ Ace แม้ว่าจะไม่ใช่หนังดราม่ากล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจโดยตรง แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในโลกของอาชญากรรม โดยผู้กำกับ “โจ คาร์ทุ่งนาแฮน” ที่กาลครั้งหนึ่งเคยลงชื่อเป็นว่าที่ผู้กำกับของ M:I 3 มาแล้ว ได้เพิ่มเติมอารมณ์ขันในเชิงเสียดสี รวมทั้งขบขันร้ายใส่เข้ามา ทำให้หนังมองมีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเดียวกัน Smokin’ Ace ก็ยังคงมีความดุเดือด หนักแน่น แล้วก็เป็นจริงเป็นจังอยู่ในตัวไม่น้อย . .

เมื่อ “บัดดี้ ‘เอซ’ อิสราเอล” นักเล่นกลระดับซูเปอร์สตาร์ของลาส เวกัส และก็ผู้มีอำนาจใหญ่ระดับน้องๆมาเฟีย ตกลงใจคิดคดทรยศผู้มีบุญคุณณคนสำคัญอย่าง พรีบด สปารัซซ่า” ด้วยการยินยอมเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ให้กับเอฟบีไอ ซึ่งจะก่อให้สปารัซซ่า พร้อมด้วยพวกพ้องจะต้องถูกจำจองในคุก หายนะก็เข้ามาเยี่ยมบัดดี้ . .

+เมื่อเขาถูกตั้งค่าหัวไว้อันดับที่หนึ่งล้านเหรียญ ทำให้แปลงเป็นจุดหมายสำคัญของบรรดานักล่าค่าหัวทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น สองสาวผิวสี หน้าจอร์เจีย ไซคล์ แล้วก็ซาริซ วัทเทอร์ส” , สามลูกพี่ลูกน้องนีโอท้องนาซีเชื้อสายเทรเมอร์ส แจ็ค มองพรี แล้วก็พวกล่าเงินประกัน . .
แล้วกับการเลือกตกลงใจของบัดดี้ ก็ยังไปกระเทือนใจบรรดาลูกน้องที่กรักซื่อสัตย์ภักดีกับเขามาตลอดอย่าง ไอวี่” ที่ถูกสึกว่าตนเองกำลังถูกลอยแพ . .

งานนี้เพื่อจะให้ผู้เห็นเหตุการณ์ปากสำคัญขึ้นให้การได้เสร็จ . . เอฟบีไอภายใต้การนำกลุ่มของ โดนัลด์ คาร์รูคุณร์” รวมทั้งคู่ซี้รุ่นน้อง ริชาร์ด เมสเนอร์” จำต้องเพียรพยายามปกป้องชีวิตของบัดดี้เอาไว้ให้ได้ โดยแนวทางทั้งผองจะอยู่ภายใต้อำนาจบังคับของรองผู้อำนวยการเอฟบีไอ ล็อค” อีกครั้งหนึ่ง . .

ทั้งสิ้นล้วนมุ่งหน้าตรงไปยังเพนท์เฮ้าส์สุดหรูของโนแมด คาสิโน ที่ซึ่งบัดดี้ ‘เอซ’ อิสราเอลและก็พวกซ่อนอยู่ โดยมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของคาสิโนเฝ้าให้การป้องกันเต็มกำลัง อีกไม่กี่นาทีด้านหน้า เพนท์เฮ้าส์ของโนแมด คาสิโน จะแปลงเป็นสนามรบขนาดเล็กๆ. .
คาร์ท้องนาแฮน เปิดเรื่องของ Smokin’ Ace ออกมาในอารมณ์ลักษณะเดียวกันกับหนังอาชญากรรมสไตล์กาย ริชี่ หรือเควนติเตียนน ทาแรตำหนิโน่ ที่มาพร้อมด้วยผู้แสดงจำนวนมากไล่เรียงกันมาเป็นชุดซึ่งแต่ละกรุ๊ปแต่ละผู้แสดงก็ล้วนเต็มไปด้วยสีสัน และก็แบ็คกราวเกรียวนด์นิดๆหน่อยๆที่จะต้องมี เพื่อช่วยเพิ่มอีกความน่าดึงดูดใจ . .

+ไม่ว่าจะยอดเยี่ยมมือสังหารที่ถึงกับยอมกัดนิ้วตนเอง เพื่อจะไม่อาจจะพิมพ์รอยนิ้วมือได้ สองมือสังหารสาว ที่เห็นได้ชัดเลยว่าข้างหนึ่งนั้นมีใจให้กับอีกฝ่ายในแบบที่ไม่ใช่เพื่อนรักสหาย หรือความเชื่อมโยงของสองเอฟบีไอต่างรุ่น คาร์รูคุณร์ส รวมทั้งเมสเนอร์ ที่ข้างแรกเปรียบได้เสมือนดั่งคุณครู บิดา และก็เพื่อนฝูงรุ่นพี่ ซึ่งผู้แสดงสองตัวนี้ก็คือส่วนประกอบสำคัญ ในการสร้างส่วนที่เป็นดราม่าให้กับหนัง . .

หนังหว่านผู้แสดงชุดใหญ่ออกมาแบบรวดเดียวเทหมดหน้าตัก พร้อมด้วยใส่อารมณ์ขันเชิงเสียดสีเข้ามาเป็นชุด โดยเสนอผ่านงานแนวทางด้านภาพที่มองหวือหวาในสไตล์มิวสิควิดีโอ หากแม้บางทีอาจจะมองงงมาก วุ่นวาย หรือมองพองชักชวนทำให้ซึมอยู่บ้าง แต่ว่ากับผู้ชมบางกรุ๊ปที่เคยชินกับแนวของทางหนังอย่างงี้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ยากสำหรับในการติดตามอะไร . . ข้างหลังเริ่มต้นมองเห็นหน้าผู้แสดงมากันครบ หนังก็ขมวดเรื่องราวให้พุ่งตรงไปสู่เพนท์เฮ้าส์หรู ที่โนแมด คาสิโน ซึ่งเป็นจุดหมายของนักแสดงทุกตัวโดยทันที . . แล้วก็ความสนุกสนานร่าเริงของหนังก็เริ่มจากวินาทีนี้ . .

เมื่อผู้แสดงแต่ละตัวล้วนบากบั่นแสดงเชิงชั้นทุกสิ่ง ที่จะทำให้ตนเองเข้าไปให้ถึงตัวของบัดดี้ ‘เอช‘ อิสราเอลให้เร็วที่สุด ต่างคนก็ต่างแนวทางการ ไม่เหมือนกันไปตามแนวทางความชำนาญ แต่ว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน . .

หนังมองลุ้นสนุกสนานว่าคนใดที่จะไปถึงตัวของบัดดี้ได้เป็นคนแรก ในเวลาเดียวกันก็จำเป็นต้องมาลุ้นให้อิดโรยกันว่ากล่าว กลุ่มเอฟบีไอจะเดินทางมาช่วยผู้เห็นเหตุการณ์ปากสำคัญคนนี้ทันหรือเปล่า . . โดยมีจุดสำหรับเพื่อนัดพบโดยบังเอิญของผู้แสดงแต่ละกรุ๊ป แต่ละราย เป็นไฮไลท์หยอดเข้ามาเป็นจังหวะทำให้หนังมีความระทึกใจเป็นช่วงๆ. .
ฉากแอ็คชั่นของหนังดูดุดันแล้วก็เอาจริงเอาจัง ไม่ว่าจะเป็นฉากดวลกันในลิฟต์ หรือหน้าลิฟต์ และก็เมื่อผสมอารมณ์ขันเข้ามาในฉากกลุ่มนี้ หนังก็ไม่เสียจังหวะของตน . . แล้วกับมุขย้ำขายฮา ก็ถูกหยอดเข้ามาในหนังแบบถูกเรื่องถูกราว ไม่ว่าจะเป็นมุขเจ้าหนู คาราเต้ คิด หรือฉากเปิดตัวของกลุ่มนีโอทุ่งนาซี ที่ล้วนเนียนแล้วก็กับหนังได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมด้วยมีความนัยเสียดสีอยู่ในตัว . .
กับมุขที่หนังใช้ ก็ไม่ใช่แค่มุขที่ถูกร้อยใส่เข้ามา เพื่อหนังได้มีส่วนหัวเราะ โดยที่ไม่คิดถึงว่ามันจะมาแบบเหมาะสมกันกับหนัง หรือเพียงแค่จับใส่มาก็พอเพียง แบบที่มองเห็นกันจากหนังหลายเรื่อง ที่มุขฮาชอบเป็นส่วนเกินของหนังอยู่เรื่อย. .

แม้กระนั้นถ้าเกิดนำไปเปรียบเทียบกันกับหนังอย่าง Pulp Fiction หรือ Reservoir Dogs ของเควนตำหนิน ทาแรว่ากล่าวโน่ ไล่ไปจนกระทั่ง Snatch แล้วก็ Lock, Stock And Two Smoking Barrels ของกาย ริชี่ . . มุขของ Smokin’ Ace รู้ว่าจะแข็งและก็แข็งทื่ออยู่บ้าง และก็หากไม่จับไปเทียบกัน ดูในรูปภาพรวมก็นับว่า ใน Smokin’ Ace นั้น ยังเหนือกว่าที่หนังหลายเรื่องพากเพียรเป็นอยู่หลายขั้น . .
ส่วนที่น่าดึงดูดก็คือ การไล่อารมณ์ในฉากแอ็คชั่นของ Smokin’ Ace ซึ่งสามารถต้อนผู้ชมไปสู่จุดระดับสูงสุดได้พอดีเป๊ะ
ด้วยการเบาๆเพิ่มเติมความน่าเร้าใจ ความสาแก่ใจ ในฉากกลุ่มนี้เข้าไปทีละเล็กละน้อย . . คาร์ทุ่งนาแฮมิได้วางจังหวะของฉากแอ็คชั่นพวกนี้ไว้สะเปะสะปะ ถ้าหากเน้นย้ำวางตาจังหวะที่หนังจะต้องเป็น

แล้วในขณะที่ผู้ชมกำลังลุ้นบันเทิงใจกับการวิ่งแข่งกันของบรรดานักล่าฆ่า หนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังแอ็คชั่นตามล่า เอามันผสมอารมณ์ขันแบบแปลกเพียงอย่างเดียว ก็ถูกเพิ่มจุดหักมุมของเรื่องลงมา ทำให้หนังดูดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง รวมทั้งเป็นจุดหักเหที่ถ้าหากย้อนไล่ไป ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เป็นเงื่อนที่หนังปูเอาไว้แล้วมาตั้งแต่ต้น เพียง ล่อ” รวมทั้ง หลอก” ผู้ชมให้หลงทาง
ซึ่งกับผู้แสดงบางตัวในหนังเอง ก็ตกอยู่ในสถานภาพเดียวกันกับผู้ชม มันก็คือถูก หลอก” จนถึงหัวหมุนเสมือนกัน . . ซึ่งเมื่อถึงจังหวะที่หนังเฉลยคำตอบออกมา ผู้คนจำนวนมากก็เข้าใจไปพร้อม . .

ถ้าเกิดจะมีที่เป็นจุดแหว่งใหญ่สำหรับ Smokin’ Ace ก็คงไม่พ้นในส่วนของอารมณ์ดราม่า ที่หนังวางจังหวะสำหรับเพื่อการใส่ รวมทั้งสร้างออกมาได้ไม่ดีเพียงพอ . . อารมณ์ในส่วนนี้ของหนังก็เลยมองไม่ลึก และไม่ช่วยทำให้ผู้ชมรู้สึกอะไร ไม่ว่าจะเป็นความชมรมของสองมือสังหารสาว หรือความเกี่ยวข้องของสองเอฟบีไอต่างรุ่น ที่หนังเพียรพยายามยกให้เป็นด้านอารมณ์ . .

แต่ว่าเมื่อทำเป็นไม่ลึกพอเพียงและก็น้อยไป ก็เลยพาความรู้สึกแล้วก็อารมณ์ของผู้ชมไปได้ไม่ถึงไหน . . ถ้าเกิดละเลยว่าหนังหัวข้อนี้เป็นหนังแอ็คชั่น จะชูผลดีในส่วนนั้นให้ไปเลยนั้น ก็คงจะมิได้ ด้วยเหตุว่าความอ่อนน้ำหนักในส่วนที่ว่า ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ฉากจบของ Smokin’ Ace ไม่แรง รวมทั้งหนำใจได้อย่างที่ควรเป็น . .

บางทีก็อาจจะมิได้เต็มเปี่ยม แต่ว่าก็เพียงพอจะเชิดชูได้ว่าเป็นแอ็คชั่นเฉลี่ยวฉลาดเรื่องหนึ่งได้เช่นกัน ไม่ใช่หนังแอ็คชั่น บากบั่นเฉลี่ยวฉลาด” แบบหนังอีกหลายเรื่องที่มีเข้ามาให้มองกันเรี่ยราดแทบตลอดปี .

รีวิวหนัง Stray – ผีอยากเป็นลูกคน

เรื่องย่อหนัง

หนัง Stray หรือชื่อไทยว่า ผีต้องการเป็นลูกคน ผลิตขึ้นจากนิยายสยองขวัญขนหัวลุกของ สตีเฟ่น คิง ที่รัสเซีย ‘แอนทุ่งนา สยี่ห้อโรบิเนท’ ที่ได้รับรางวัล European Science Fiction Award ปี 2018 นี่เป็นเรื่องราวของ อีกอร์ (วลาดิภรรยาร์ โอ้อวดวิศาสนาเชนคอฟ) แล้วก็ โพลิน่า (เอเลน่า ไลโดวา) ผัวเมียที่สูญเสียลูกชายไปอย่างปัญหา เพื่อความสำราญของเมีย อีกอร์ก็เลยตกลงใจพาคุณไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อเติมเต็มช่องว่างในใจ แม้กระนั้นแล้วพวกเขากลับได้มาพบว่าเด็กชายที่พวกเขารับอุปการะนั้นมีอะไรบางอย่างแตกต่างจากปกติ ด้วยเหตุว่ายิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งมีลักษณะและก็เค้าหน้าอย่างกับลูกชายที่พวกเขาสูญเสียไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ จนถึงเปลี่ยนมาเป็นความสยดสยอง ที่หลอกผู้ชมมาแล้วทั่วราชอาณาจักรรัสเซีย!


An orphaned teenager forms an unlikely friendship with a detective. Together they investigate her motherandapos;s murder, and uncover the supernatural force that proves to be a threat to her family.

วิภาควิจารณ์ หนัง

หนังพอใช้ได้

รีวิวหนัง Ant-Man and the Wasp – แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Ant-Man 2 หรือชื่อไทยว่า แอนท์-แมน และก็ เดอะ วอสพ์ ควันหลงจาก กัปตัน อเมริกา: ซีวิล วอร์, สก็อตต์ แลงก์ จะต้องจัดการกับคำตอบในสิ่งที่เขาเลือกทั้งยังในฐานะซูเปอร์วีรบุรุษ แล้วก็ความเป็นบิดา ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็จะต้องเพียรพยายามสร้างสมดุลของชีวิตที่ครอบครัวรวมทั้งหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะ แอนท์-แมน เขาจำเป็นต้องร่วมมือกับ โฮป แวน ไดน์ รวมทั้งดร. แฮงค์ พิม ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน สก็อตต์จะต้องกลับมาใส่ชุดใหม่อีกรอบ รวมทั้งศึกษาที่จะต่อสู้เป็นกลุ่มไปพร้อมทั้งเดอะ วอส์พ เพื่อหาคำตอบในอดีตกาลที่เป็นปัญหาของพวกเขา


As Scott Lang balances being both a Super Hero and a father, Hope van Dyne and Dr. Hank Pym present an urgent new mission that finds the Ant-Man fighting alongside The Wasp to uncover secrets from their past.

วิภาควิจารณ์ หนัง

Ant-Man and the Wasp
"วีรบุรุษขนาดจิ๋วที่หามความสนุกสนานมาเท่าตัว"

นี่ก็เป็นครั้งที่ 3 ที่พวกเราได้มองเห็นวีรบุรุษตัวนี้แสดงตัวขึ้นมา นับจากทีแรกใน Ant-Man (2015) จนกระทั่งคราวถัดมาใน Captain America: Civil War (2016) และก็ปัจจุบันกับภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Ant-Man ในชื่อเรื่องที่ว่า Ant-Man and the Wasp โดยมีชื่อแปลไทยอย่างง่ายๆว่า แอนท์-แมน แล้วก็ เดอะ วอสพ์ (ถึงแม้ว่าภาคแรกตั้งชื่อซะหรูเลย “มนุษย์มดมหารอยดำ” เงี้ย) จัดว่าทิ้งระยะมา 3 ปีให้พวกเราได้กลับมาเจอกับผู้แสดงตัวนี้อีกรอบ แต่ว่าในภาคนี้ได้มีคู่คิดคู่ใจมาอีก 1 ซึ่งก็คือ The Wasp ที่ทั่งงาม เก่ง และก็โก้ ในต้นแบบสาวบู๊

หนังในจักรวาล MCU แต่ละเรื่องล้วนก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แล้วก็แน่ๆว่าหัวข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บอกมาตั้งแต่ภาคแรกๆแล้วว่า “พวกเราสายฮานะ” ด้วยส่วนประกอบการเล่าเรื่อง นักแสดง บรรยากาศต่างๆมุกเอ่ย อะไรเอ่ย ที่เชิญชวนให้ยิ้มหัวเราะเกือบจะอีกทั้งเรื่อง

หนังประเด็นนี้เปรียบได้ดั่ง Side-story ของ Avengers: Infinity War กับปริศนาที่ผู้คนจำนวนมากสงสัยว่า “Ant-Man หายไปไหน?” นั่นแหละคำตอบก็อยู่ในหัวข้อนี้ เพราะว่าเรื่องราวในภาคนี้เกิดเรื่องราวต่อเนื่องมาจาก Captain America: Civil War ซึ่ง ดูๆแล้วเรื่องราวในภาคนี้ก็เกิดเรื่องราวที่ไม่มีฉากเครียดสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นทำออกมาได้รื่นเริงสุดๆ

หากแม้หนังหัวข้อนี้จะซ่อนเร้นไปด้วยความขำขันชวนขบขันขนาดนั้น แม้กระนั้นทางด้านฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาได้เหมาะสมที่สุดไม่แพ้กันเลย แม้บางทีก็อาจจะมิได้มีมากมายเสมือนหนัง MCU เรื่องอื่นๆแต่ว่ามี 2 ฉาก ที่แอดถูกใจมากมายๆเป็นฉากบู๊แรกของ The Wasp ที่ทั้งยังมองโก้เก๋ มีสไตล์ ร้ายแรง แล้วก็ฉากขับขี่รถสู้กันในตอนแทบด้านหลังเรื่อง โดยภาพรวมแล้วทำพวกเราได้มองเห็นเลยว่าในประเด็นนี้ได้นำการสรุป/ขยายไซส์ มาใช้กับเรื่องราวได้อย่างพอดีมากมายๆ บวกกับการแสดงของเหล่ากรุ๊ปผู้แสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น Paul Rudd (Scott Lang / Ant-Man) ที่ภาคนี้จัดหนักจัดเต็ม เล่นใหญ่ โคตรฮา และไม่กลัวเสียฟอร์มเลยแม้แต่น้อย ตามติดคู่มาพร้อมกับ Evangeline Lilly (Hope Van Dyne / The Wasp) ที่มองเป็นสาวดุ ขาลุย รวมทั้งโก้เอามากๆซึ่งทำให้เคมีกับผู้แสดงนำชายได้อย่างดีเยี่ยม ตามมาด้วย Michael Douglas (Dr. Hank Pym) ที่มีหน้าที่มากเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากภาคแรก และก็ทำให้ทั้งยัง 3 คนเพียงพอมาอยู่ร่วมกัน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันมองพอดีไปหมด รวมทั้งเหล่าตัวประกอบที่จะไม่กล่าวถึงเลยมิได้อย่าง Michael Pena (Luis) ที่โผล่มาทุกฉากจำเป็นต้องฮา เพียงแค่มองเห็นหน้าพวกเราก็ฮาแล้ว แถมในภาคนี้ยังมีฉากพล่ามของเขาอย่างมากถ่วงอย่างยิ่งจริงๆ แล้วก็ตัวประกอบอื่นๆที่เล่นได้ดิบได้ดีไม่แพ้กันเลย ไม่ว่าจะเป็น Laurence Fishburne (Dr. Bill Foster ), Michelle Pfeiffer (Janet Van Dyne / The Wasp) และก็นักแสดงเพื่อนฝูงดารานำชายที่ถึงแม้ว่าพวกเราได้มองเห็นพวกเขาเพียงแค่ไม่กี่ฉากเพียงแค่นั้น แต่ว่าพวกเขาก็แสดงออกให้พวกเรามองเห็นแล้วว่าแสดงก้าวหน้าเลยล่ะ

แม้กระนั้นที่น่าผิดหวัง น่าจะเป็น “ค้างแร็คเตอร์ของตัวร้าย ที่ราวกับใส่มาถ้าเช่นนั้นๆ” กับผู้แสดงอย่าง Ghost ที่เปิดตัวออกมาได้น่าดึงดูด แต่ว่าก็…นะ ละเอาไว้ในฐานที่รู้เรื่อง เผื่อคนใดกันแน่มองมารวมทั้งอาจจะรู้เรื่องเช่นกัน แล้วก็เรื่องราวของมิติควอนตัมที่ภาคแรกปูมาได้น่าสลับซับซ้อน ลึกลับ เป็นมิติที่เข้าแล้วออกมามิได้ แต่ว่าในภาคนี้เข้าออกกันง่ายอย่างกับประตูที่อยู่หน้าบ้านข้างหลังบ้านตนเองซะอย่างนั้น – –

สรุป ในเวลาราวเกือบจะ 2 ชั่วโมงที่คุณได้มองหัวข้อนี้ คุณจะได้รับความ “รื่นเริง” ไปเต็มๆเสมือนดูหนังตลกโปกฮา รอมคอม ครอบครัวที่มีธีมเป็นซูเปอร์วีรบุรุษอย่างไรแบบนั้น ที่ถึงหนังจะเป็นมนุษย์มดขนาดจิ๋ว แม้กระนั้นก็หามความสนุกสนานร่าเริงมาเท่าตัวเลยที่เดียว 

ปล. หนังหัวข้อนี้มี Mid-Credit และก็ End-Credit ซึ่งบอกเลยตัวแรกว้าวขนาดไหน ตัวลำดับที่สองว้าวมากกว่า!!!

รีวิวหนัง Jupiter Ascending – ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล

เรื่องย่อหนัง

จูปิเตอร์ โจนส์ (ไม่ลา คูนิส) หญิงสาวที่เกิดภายใต้ฟ้าตอนกลางคืนจำเป็นต้องมาพบเจออยู่ในโลกที่ความเป็นจริงอันเหน็บหนาว โดยมีอาชีพชำระล้างสุขาในเมืองใหญ่ รวมทั้งจะต้องทำงานมากอย่างไม่จบไม่สิ้น แม้จะเป็นอย่างงั้น แต่ว่าชีวิตของคุณกลับถูกกำหนดไว้ให้เป็นราชินีของจักรวาลโดยที่คุณไม่รู้เรื่องมาก่อน จวบจนกระทั่ง เคน (แชนนิง เททัม) นักดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขกรรมพันธุ์ สมัยก่อนนักล่าของกองกองทัพได้เดินทางมายังโลก รวมทั้งนำคุณไปสู่โชคชะตาที่คอยคุณมาแสนนาน และก็คุณผู้เดียวที่จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงความสมดุลของจักรวาล

วิภาควิจารณ์ หนัง

jupiter
"Jupiter Ascending ละครน้ำเน่าบ้านพวกเราในรอยเปื้อนฮอลลีวูดเน้นย้ำแอคชั่นรวมทั้ง CG"
 
จั่วหัวมาอย่างงี้ไม่ใช่อะไร ผมรู้สึกแบบงั้นจริงๆเพราะเหตุว่าตัวหนังโดยรวมนั้นพากเพียรที่จะเล่นในหัวข้อการบ้านการเมือง การชิ่งมรดกของเชื้อสายขั้นสูง ซึ่งผมสรุปอย่างคร่าวๆเป็นราวกับเอาบทละครน้ำเน้าบ้านพวกเราที่โดยมากจะเป็นเหมือนดังพี่น้องแย่งทรัพย์สินกันอะไรโดยประมาณนั้น แล้วฉาบหน้าด้วย CG รวมทั้ง แอคชั่นระดับฮอลลีวูดราวนั้นอย่างยิ่งจริงๆ
 
ตอนแรกของเรื่องเปิดมาได้ดิบได้ดี มีการสร้างเงื่อนละข้อความสำคัญทำให้น่าดึงดูดฉากไล่ล่าในชิคาเก๋เป็นอะไรที่แปลกใหม่ใช้ได้ หนังเริ่มไต่ระดับความน่าติดตามไปเรื่อยกระทั่งผู้แสดงเริ่มออกไปอวกาศ มันเป็นมหกรรมความเหนื่อยหน่ายอย่างร้ายกาจ ถึงขนาดคนด้านข้างผมหลับใส่อย่างยิ่งจริงๆ แล้วจะมีพีคอีกครั้งตอนครึ่งชั่วโมงท้ายที่สุด 
 
โดยรวมตัวหนังเด่นในด้าน CG แล้วก็แอคชั่นที่แอดไม่นมีความคิดว่า คณะทำงานอาจตั้งใจในเนื้อหานี้่มากมายเกินกว่าบทภาพยนตร์ไปหน่อย ผลที่เกิดบทภาพยนตร์ประเด็นนี้มันเป็นอะไรที่ซ้ำซากจำเจไม่มีอะไรใหม่ได้เลย ยังดีที่มีแอคชั่นและก็ CG มาช่วยโอบอุ้มหนังทั้งปวงไว้ยังพอสมควรไถไปได้บ้าง
ด้านตัวหนังโดยรวมแอดไม่นให้ 7/10 (คะแนนยังสูงอยู่เนื่องจากว่าส่วนตัวถึงผมจะพร่ำบ่นมากมายเพราะว่ามุ่งมาดมากมาย แม้กระนั้นโดยรวมเป็นก็ถูกใจนะคะแนนเลยสูง)
 
ด้านภาพ 3D หัวข้อนี้เพราะว่าแอดไม่นมองในระบบ IMAX 3D มันก็สมแล้วที่หนังอวกาศจะต้องมองในโรงระบบนี้ เนื่องจากที่นั่งแบบสเตเดี้ยมมันช่วยทำให้การดูหนังแบบสามมิติมันมีความตื้นลึกครึ้มบามมากยิ่งกว่าระบบทั่วๆไปอย่างมองเห็นได้ชั้น 8/10 ในด้านความเป็นสามมิติ
 
ในด้านเสียงของประเด็นนี้ ระบบ IMAX ให้ความจัดเต็มของเสียงดีจริงๆเพลงประกอบมีกลิ่นอายของเดอะเมทริกซ์ลอยมามองเห็นๆอย่างยิ่งจริงๆ 9/10 ในด้านเสียง
 
สรุปเป็นเป็นหนังที่จำเป็นต้องทำใจจำนวนมากก่อนดูเหมือนได้ไม่เฟลแบบแอดไม่น ซึ่งมุ่งมาดไว้สูงพอสมควร