รีวิวหนัง Child 44 – อำมหิตซ่อนโลก

เรื่องย่อหนัง

ในปี 1953 สมัยที่โซเวียตยังเรืองอำนาจด้วยหัวหน้าอย่าง โจเซฟ สตาลิน ได้มีการตั้งขึ้นแผนการปราศจากอาชญากรรม เพื่อเป็นการประกาศแก่ชาวโลกว่า รัสเซียนั้นใสสะอาด เป็นที่ซึ่งเหมาะสมกับการใช้ชีวิตอันแสนสุขสงบ เลโอ เดมิดอฟ (ทอม ฮาร์ดี้ จาก The Dark Knight rise) ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้เคร่งและก็เชื่อถือในกฎข้อบังคับของระบอบสังคมนิยม ยอมหักไม่ยินยอมงอ เขาไม่เคยถามต่อแนวทางของผู้นำประเทศ เขาจับกุมตัวทุกคนตามคำสั่งเสมือนว่าอุดมการณ์เป็นเส้นโลหิตใหญ่ที่รอหล่อเลี้ยงชีวิตเขา แต่ว่าแล้ววันหนึ่งความเลื่อมใสของเขาก็เริ่มง่อนแง่น เมื่อเขาบังเอิญเข้ามารับทราบถึงเหตุการสังหารของเด็กรายหนึ่ง กลับถูกสั่งให้ละเลยเรื่องนั้นไป เพราะเหตุว่าพรรคมั่นใจว่าไม่มีทางมีการการสังหารขึ้นในระบอบสังคมนี้ และก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเชื่อถือก็พังทลายลงหมดเกลี้ยง เมื่อเขาจะต้องพบเจอกับภาพคนบริสุทธิ์เยอะมากถูกฆ่าตายโดยมีปม พร้อมด้วยยังได้รับคำบัญชาให้จับ เมีย (นูไม่ ราเพซ) ตนเองในข้อกล่าวหาการฆ่าสังหาร เลโอก็เลยเริ่มค้นหาความเป็นจริงที่ว่า "ในที่สุดเมียของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือระบอบสังคมนิยมนั่นแหละคือคนร้าย"

วิภาควิจารณ์ หนัง

     หากแม้หน้าหนังรวมทั้งความโด่งดังของมันจะสะดุดตาในด้านการเป็นหนังสือรหัสคดีชั้นนำที่มีพื้นข้างหลังเป็นบรรยากาศการบ้านการเมืองระบอบการปกครองของรัสเซีย ซึ่งความเกิดเรื่องราวสืบสาวแอบซ่อนเงื่อนล้อคู่ไปกับการเผยแพร่เสียดสีอำนาจดูแลข่มขี่ความอิสระแบบรัสเซียได้อย่างคม

     แม้กระนั้นพอเพียงมาเล่าในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ หนังเสมือนเน้นย้ำเล่าบริบทด้านการเมืองเป็นตัวหลักอย่างเข้มข้นมากยิ่งกว่าที่จะใช้เส้นความรื่นเริงใจแบบรหัสคดีเป็นเส้นหลัก ทำให้ความกลมกล่อมระหว่างสาระแล้วก็อรรถรสเสียไปไม่น้อยทีเดียวโดยยิ่งไปกว่านั้นกับคนที่เป็นคอรหัสคดีอยู่แล้ว

     อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเกิดตัดรอนไมตรีของที่มาของเรื่องไป Child44 เวอร์ชั่นภาพยนตร์เองก็มีจังหวะการเล่าเรื่องที่น่าดึงดูดไม่น้อย ด้วยการเล่าสไตล์ตั้งใจจริงเคร่งขรึม แม้กระนั้นบันเทิงใจไปด้วยเส้นเรื่องที่ดำเนินไปด้านหน้าตลอดระยะเวลาอย่างเรียบง่าย เส้นเรื่องที่หนังทำเป็นดีเลิศๆเป็นเส้นความเชื่อมโยงของผู้แสดงที่เซ็ทอัพรวมทั้งปรับปรุงไปอย่างน่าดึงดูด โดยยิ่งไปกว่านั้นความเกี่ยวข้องระหว่างดารานำชายนางเอก ที่เป็นผู้แทนของจุดสำคัญของเรื่องได้อย่างงดงามฉลาด

     โดยสรุปแล้ว Child44 บางทีอาจไม่ตอบปัญหาสำหรับคนที่คาดหมายสำหรับการนำมันไปเปรียบเทียบกับหนังสือต้นฉบับ ตามที่กล่าวไปว่าหนังเลือกเทน้ำหนักลงมาทางบริบททางด้านการเมืองเสียจนถึงเส้นสืบสวนเป็นเพียงแค่ไม้ประดับไปเสียเพียงแค่นั้น บางทีอาจพูดได้ว่าเรื่องได้สูญเสียบุคลิกลักษณะของมันลงไปไม่ใช่น้อย แต่ว่าโดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังที่สนุกสนานในทางที่มันเป็น รวมทั้งยังคงไว้ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองที่น่าดึงดูด